ชื่อบทความ(ภาษาไทย): สภาพการเลี้ยงและต้นทุนการผลิตโคขุนของเกษตรกรรายย่อยจังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ): Farming Conditions and Production Costs of Fattening Cattle of Small-scale Farmers in Srisaket Province.
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย): จำนงค์ จังอินทร์1/ สุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี2/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ): Chamnong Changindra1/  Surasak Wongsimee2/
Online: 10 November 2020
หน้าบทความ: 63-123
คำสำคัญ: โคขุน,ต้นทุนการผลิต,สภาพการเลี้ยง,fattening cattle,production cost,farming condition

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพการเลี้ยงโคขุนและต้นทุนการผลิตโคขุนของเกษตรกรรายย่อยจังหวัดศรีสะเกษ  ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนตุลาคม 2562 –  ตุลาคม 2563 ทำการเก็บข้อมูล โดยวิธีการสัมภาษณ์จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน จำนวน 216 ราย พบว่า เกษตรกรมีสมาชิกในครอบครัวเฉลี่ย 4.85 คน มีพื้นที่ถือครองเฉลี่ย 14.77 ไร่ เลี้ยงโคขุนเพื่อเป็นอาชีพเสริมร่วมกับทำการเกษตรอย่างอื่น มีพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.20 ไม่เกิน 10 ไร่ โคขุนที่เลี้ยงเฉลี่ย 37.98 ตัวต่อราย พันธุ์โคที่เลี้ยงมากที่สุด คือโคลูกผสมบราห์มันxพื้นเมือง ร้อยละ 38.30 รองลงมาคือ ลูกผสมบราห์มันxชาร์โรเลส์  ร้อยละ 25.30 แหล่งน้ำที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาล เกษตรกรมีประสบการณ์เลี้ยงโคขุนจนถึงปัจจุบัน เฉลี่ย 5.98 ปี การใช้ประโยชน์จากมูลโคส่วนใหญ่ใช้มูลใส่พื้นที่ปลูกพืช ร้อยละ 98.60 แรงงานเลี้ยงโคขุนใช้แรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 2.00 คน โรงเรือนโคขุน พบว่า สร้างแยกจากบริเวณบ้านพักเฉลี่ย 1.40 โรงต่อราย มีพื้นที่โรงเรือนต่อโคขุนหนึ่งตัวเฉลี่ย 5.80 ตารางเมตร แหล่งพันธุ์โคที่นำเข้ามาขุนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.50 ซื้อมาจากตลาดนัดค้าสัตว์ โคที่นำเข้ามาขุนมีอายุเฉลี่ย 21.59 เดือน มีน้ำหนักเฉลี่ย 350.53 กิโลกรัม จำนวนโคที่นำเข้าขุนต่อรุ่นเฉลี่ย 9.45 ตัว ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยงขุนเฉลี่ย 7 เดือนต่อรุ่น น้ำหนักโคขุนที่พร้อมส่งตลาด เฉลี่ย 458.20 กิโลกรัม โคที่นำมาขุนส่วนใหญ่ร้อยละ 86.60 ไม่มีการตอน แหล่งอาหารหยาบที่ใช้เลี้ยงโคขุน พบว่า มีการใช้อาหารหยาบมาเลี้ยงโคขุนหลายชนิด ได้แก่ วัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม หญ้าพันธุ์จากแปลงปลูกของตนเอง หญ้าธรรมชาติ  ฟางข้าว และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สำหรับแหล่งอาหารข้นที่นำมาเลี้ยงโคขุนส่วนใหญ่ร้อยละ 92.50 ใช้อาหารสำเร็จรูป จำนวนครั้งที่ให้อาหารข้นส่วนใหญ่ร้อยละ 60.20 ให้วันละ 2 ครั้ง ให้อาหารข้นเฉลี่ย 5.89 กิโลกรัมต่อน้ำหนักโค 100 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิตโคขุน พบว่า ต้นทุนรวมต่อการเลี้ยงโคขุนต่อตัวเฉลี่ย 36,200.30 บาท มีรายได้จากการจำหน่ายโคเฉลี่ยตัวละ 67,616.00 บาท คิดเป็นกำไรเฉลี่ยตัวละ 31,415.70 บาท แหล่งจำหน่ายโคขุน พบว่ามีพ่อค้ามารับซื้อโคถึงคอก โดยจำหน่ายโคมีชีวิตตามน้ำหนักตัว ราคาที่จำหน่ายได้ตามน้ำหนักมีชีวิตเฉลี่ย 88.65 บาทต่อกิโลกรัม ราคาที่ขายได้น้ำหนักซากเฉลี่ย 202.55 บาทต่อกิโลกรัม ด้านปัญหาของเกษตรกรมีปัญหา เงินทุนไม่เพียงพอ ต้องการความรู้ด้านวิชาการในการเลี้ยงโคขุนเพิ่มเติม พันธุ์โคที่ต้องการนำเข้าขุนไม่เพียงพอและความต้องการโรงฆ่าสัตว์

Abstract

The objectives of this study were to examine farming conditions and production costs of fattening of fattening farmers in Srisaket province. The data using descriptive research methods were collected through interviews with 216 sample farmers in the period of October 2019 to October 2020. The results showed that the farmers had 4.85 members of family, holding area with an average of 14.77 Rai, and raising cattle to be a supplementary occupation with other agriculture. Seventy-eight points two percent of farmers was an area mainly      forage cultivation with < 10 Rai. They had fattening cattle with an average of 37.98 heads. The majority of 38.30% fattening cattle breed was Brahman x indigenous crossbred following by Brahman x Charolais crossbred cattle with 25.30%. Majority of water sources used was groundwater. The farmers had experience raising cattle up to now with 5.98 years. Majority of the farmers (98.60%) used manure for agriculture. They used household labor with an average of 2.00 people for raising animals. Fattening house was found to be separated from residence area with an average of 1.40 house/farm. The average housing area for fattening cattle was 5.80 square meters/head. The source of cattle taken for fattening was from local animal market (74.50%). The average initial fattening cattle was 21.59 months old and 350.53 kg. The farmers took 9.45 animals for fattening in the period of 21.59  months. The average final weight from fattening was 458.20 kg. The majority of fattening cattle were not castrated (86.60%). The roughage for raising animals were many sources such as: by-products from industrial sources, self-grown grass, natural grass, rice straw and by-products from agriculture. In the terms of concentrate, majority of farmers (92.50%) used concentrate package for raising animals. The 60.20% farmers fed animals 2 times a day with an average of 5.89 concentrate package kg per 100 kg animal weight. Production costs showed that the average total costs was 36,200.30 Baht/head. The average income from selling animals was 67,616.00 Baht/head, and average profit was 31,415.70. The source of selling found that the merchant bought animals at their farms. Distribution of live cattle by weight was an average of 88.65 Baht/kg. Moreover, they sold by carcass weight with an average of 202.55 Baht/kg. The problems on raising cattle of those farmers were as follows: lacking the finance, want to knowledge for management in farm, limitation of breeders and proper size of beef cattle for fattening, and want to local abattoir.


เลขทะเบียนวิจัย: 63(2)-0206-151

1/ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ 33000

2/ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ 33000