ชื่อบทความ(ภาษาไทย):ผลการใช้ใบกระถินร่วมกับอาหารข้นที่มีต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนมในกระบือพันธุ์เมซานา
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ):Effects of Leucaena leucocephala Levels with Concentrate on Milk Production and Quality in Mehsana Dairy Buffalo.
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย):ประมร เมืองพรม1/ พิชิต ชุ่มเจริญ1/ สุวิช บุญโปร่ง2/ สายัณห์ ทัดศรี3/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ):Pramorn Muangprom1/ Pichit Chumcharoen1/ and Suvit Boonprong2/ Sayan Tudsri3/
Online:1 July 2018
หน้าบทความ:55-70
คำสำคัญ:กระบือเมซานา,ใบกระถิน,ปริมาณและคุณภาพน้ำนม,Mehsana buffalo, Leucaena leucocephala leaves, milk production and quality

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาการใช้ใบกระถินแห้งร่วมกับอาหารข้นที่มีต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตน้ำนม และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของกระบือพันธุ์เมซานา ดำเนินการทดลองที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้กระบือพันธุ์เมซานา จำนวน 24 ตัว อายุเฉลี่ย 6.5 ปี น้ำหนักเฉลี่ย 525 กก. อยู่ระหว่างการให้นมครั้งที่ 3-4 ในระยะกลางของการให้นม (mid lactation) ในระยะทดลอง 90 วัน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557-30 ธันวาคม 2557 วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) แบ่งเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 6 ตัว ทุกกลุ่มให้กินหญ้าแพงโกล่าแห้งเต็มที่และเสริมด้วยอาหารข้น 16% โปรตีน 2 กก.ต่อตัวต่อวัน แบ่งให้กินเช้าและบ่ายครั้งละ 1 กก. โดยกลุ่มที่ 1 (T1) ไม่เสริมใบกระถินแห้ง กลุ่มที่ 2 (T2) เสริมใบกระถินแห้ง 0.5 กก.ต่อตัวต่อวัน กลุ่มที่ 3 (T3) เสริมใบกระถินแห้ง 1.0 กก.ต่อตัวต่อวัน และกลุ่มที่ 4 (T4) เสริมใบกระถินแห้ง 1.5 กก.ต่อตัวต่อวัน ผลการศึกษา พบว่า กลุ่ม T4 และ T3 ให้ผลผลิตน้ำนม ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยต่อวัน ผลผลิตน้ำนมปรับที่ 6% fat corrected milk (FCM) ปริมาณน้ำนมปรับที่ 6% FCM เฉลี่ยต่อวัน สูงกว่า กลุ่ม T2 และ T1 (P<0.01) ตามลำดับ องค์ประกอบน้ำนม ได้แก่ %fat, %protein, %lactose, %solid not fat, %total solid และ somatic cell count มีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ น้ำหนักตัว พบว่า กลุ่ม T3 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด (P<0.01) รองลงมา ได้แก่ กลุ่ม T4, T2 และ T1 ตามลำดับ ปริมาณอาหารที่กินทั้งหมดต่อวันเมื่อคิดเป็นน้ำหนักแห้ง พบว่า กลุ่ม T3 และ T4 กินได้สูงกว่า T2 และ T1 (P<0.01) โดยคุณค่าทางโภชนะในอาหารที่กินต่อวัน กลุ่ม T4 ได้รับปริมาณ crude protein (kg/d) มากที่สุด (P<0.01) รองลงมาคือ T3, T2 และ T1 ตามลำดับ ปริมาณ non fibrous carbohydrate (kg/d) กลุ่ม T4 และ T3 ได้รับในปริมาณสูงกว่า T2 และ T1 (P<0.01) ส่วนเยื่อใย ADF และ NDF (kg/d) กระบือทุกกลุ่มได้รับในปริมาณไม่แตกต่างกัน สำหรับ total digestible nutrient (kg/d) กระบือกลุ่ม T3 และ T4 ได้รับในปริมาณสูงกว่า T2 และ T1 (P<0.01) ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เมื่อคำนวณเฉพาะค่าใช้จ่ายที่อยู่ในรูปเงินสด ได้แก่ อาหารข้น และอาหารหยาบ พบว่า กลุ่มT4 มีค่าสูงสุด รองลงมา ได้แก่ T3, T2 และ T1 (P<0.01) ตามลำดับ ราคาขายน้ำนมดิบ กลุ่ม T4 มีค่าสูงสุดแต่ไม่แตกต่างกันทางสถิติกับกลุ่ม T3 และมีราคาสูงกว่า กลุ่ม T2 และ T1 (P<0.01) ตามลำดับ กำไรสุทธิเมื่อคำนวณเฉพาะค่าใช้จ่ายที่อยู่ในรูปเงินสด กลุ่ม T4 มีกำไรสุทธิสูงสุดแต่ไม่แตกต่างกันทางสถิติกับกลุ่ม T3 และมีกำไรสูงกว่า กลุ่ม T2 และ T1 (P<0.01) ตามลำดับ จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า กระบือในกลุ่ม T3 และ T4 ให้ผลผลิตน้ำนม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สูงกว่ากลุ่ม T2 และ T1

Abstract

The objectives of this study were to examine effects of supplementing of dried Leucaena leucocephala leaves with concentrate on milk yields, milk compositions, production costs and economic returns from Mehsana dairy buffaloes raising. The animals were kept at Buriram Livestock Research and Breeding Center, Buriram Province, Thailand. The experiment of milk samples were carried out using 24 mid-lactating Mehsana buffaloes of 3rd to 4th lactations with average of 525 kg bodyweight, and average of 6.5 years of age. The experimental periods were 90 days from 1 October 2014 to 30 December 2014. An experimental design was conducted in Completely Randomized Design (CRD) in 4 treatments of 6 replications in each treatment. All animals had free access to dried Pangola grass, and were supplemented with 2 kg of 16% crude protein concentrate fed 1 kg each in the morning and 1 kg in the evening. Treatments (T) T1, T2, T3 and T4 contained different levels of dried Leucaena leucocephala at 0.0, 0.5, 1.0 and 1.5 kg per animal per day, respectively. The results showed that cows in T4 and T3 groups had higher milk yield, average milk yield, 6% fat corrected milk (FCM) and average 6% FCM than T2 and T1 (P<0.01). Milk compositions; %milk fat, %protein, %lactose, %solid not fat and %total solid of milk compositions as well as somatic cell count among treatment groups were not significantly different. The average weight gain of cows in T3 was the highest followed by T4, T2 and T1 (P<0.01), respectively. It was found that total feed intakes of T3 and T4 were higher than T2 and T1 (P<0.05). In the term of nutrient compositions, it found that T4 had the highest crude protein (kg/d) intake followed by T3, T2 and T1 (P<0.01), respectively. The T4 and T3 were higher non fibrous carbohydrate intake (kg/d) than T2 and T1 (P<0.01). Acid detergent fiber and neutral detergent fiber levels were not significantly different. However, T3 and T4 had higher total digestible nutrient intake (kg/d) than T2 and T1 (P<0.01). The economic returns considering feed intake costs in cash (roughage and concentrate) showed that T4 had the highest production costs followed by T3, T2 and T1 (P<0.01), respectively. The average income from selling raw milk yield as well as net profit, it was found that T4 had the highest income, but was not significantly different from T3, and higher income and net profit than T2 and T1 (P<0.01), respectively. In conclusion, T3 and T4 could be recommended for higher milk production, weight gain and economic returns than the other groups.


เลขทะเบียนวิชาการที่: 57 (1) – 0206 – 030

1/ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

2/ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

3/ ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ