ชื่อบทความ(ภาษาไทย):ผลของการใช้ข้าวโพดหมักและหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม ในกระบือนมพันธุ์เมซานา1/
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ):Effects of Corn Silage and Pakchong-1 Napier Grass as Roughage on Milk Production and Quality in Mehsana Dairy Buffaloes.1/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย):พิเศษ แสดกระโทก2/ และ ประมร เมืองพรม3/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ):Piset Sadkrathok2/ and Pramorn Muangprom3/
Online:1 June 2018
หน้าบทความ:42-54
คำสำคัญ:ปริมาณน้ำนม,คุณภาพน้ำนม,กระบือเมซานา,ข้าวโพดหมัก,หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1,milk yield, milk quality, Mehsana buffaloes, corn silage, Pakchong-1 Napier grass

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้อาหารหยาบต่างชนิดกัน ที่มีผลต่อปริมาณ คุณภาพน้ำนมและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในกระบือนมพันธุ์เมซานาที่เลี้ยงในศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ วางแผนทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) ใช้กระบือจำนวน 12 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 4 ตัว แต่ละกลุ่มได้รับอาหารหยาบแตกต่างกัน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 (T1) ให้กินหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 สด กลุ่มที่ 2 (T2) ให้กินหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก และกลุ่มที่ 3 (T3) ให้กินข้าวโพดหมัก กระบือทุกกลุ่ม ให้กินอาหารหยาบ เต็มที่เสริมด้วยอาหารข้นที่มีโปรตีน 16 % วันละ 2 กก.ต่อตัว ทำการทดลองตั้งแต่ 6 มีนาคม 2560 – 4 มิถุนายน 2560 เป็นเวลา 90 วัน พบว่ากลุ่ม T3 ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยสูงสุด 7.31 กก.ต่อวันสูงกว่ากลุ่ม T1 และกลุ่ม T2 ที่ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ย 4.73 และ 4.33 กก.ต่อวัน (P<0.01) องค์ประกอบของน้ำนม พบว่ากลุ่ม T2 ให้เปอร์เซ็นต์ไขมันนม (% Milk fat) โปรตีน (% Protein) ของแข็งไม่รวมไขมัน (% Solid not fat) และของแข็งทั้งหมดในนม (% Total solid) สูงกว่ากลุ่มอื่น (P<0.01) ส่วน % Lactose และค่าโซมาติกเซลล์ทุกกลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ ในด้านของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในระยะทดลอง พบว่ากลุ่ม T3 มีน้ำหนักตัวเพิ่มสูงสุดเฉลี่ย 78.33 กิโลกรัม (870.37 กรัมต่อวัน) รองลงมาคือกลุ่ม T1 และ T2 ที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24.00 กิโลกรัม (266.67 กรัมต่อวัน) และ 18.33 กิโลกรัม (203.70 กรัมต่อวัน) (P<0.01) ตามลำดับ ค่าอาหารทั้งหมดที่กินเฉลี่ยต่อวัน เมื่อคิดเฉพาะต้นทุนที่จ่ายเป็นเงินสดเฉพาะอาหารหยาบและอาหารข้น พบว่า กลุ่ม T3 มีต้นทุนรวมค่าอาหารที่กินเฉลี่ยต่อวันสูงสุด เท่ากับ 109.06 บาท รองลงมาคือ T2 เท่ากับ 82.05 บาท และ T1 เท่ากับ 73.59 บาท (P<0.01) หากคิดต้นทุนค่าอาหารที่กินต่อการผลิตน้ำนมต่อกิโลกรัมพบว่า T2 มีต้นทุนค่าอาหารสูงสุดเฉลี่ย 19.08 บาท รองลงมาคือ T1 เท่ากับ 15.88 บาท ส่วน T3 มีค่าเฉลี่ย 15.17 บาท (P<0.05) รายได้จากการจำหน่ายน้ำนมเฉลี่ยต่อวัน พบว่ากลุ่ม T3 จำหน่ายน้ำนมเฉลี่ยต่อวันสูงสุด 384.03 บาท รองลงมาคือ T1 เท่ากับ 248.21 บาท และ T2 เฉลี่ย 227.44 บาท (P<0.01) สำหรับกำไรเฉลี่ยต่อวัน พบว่ากลุ่ม T3 มีกำไรเฉลี่ยสูงสุด 274.96 บาท รองลงมาคือกลุ่ม T1 (174.62 บาท) และกลุ่ม T2 มีกำไรเฉลี่ยต่อวันต่ำสุด เท่ากับ 145.39 บาท (P<0.01)

Abstract

The objectives of this study were to examine milk yields, milk compositions and economics returns on raising Mehsana riverine buffaloes by different roughages. The animals were kept at Buriram Livestock Research and Breeding Center, Buriram Province, Thailand. The experimental design was completely randomized (CRD) using 12 dairy animals in 3 treatments and each treatment had 4 replications. Treatment was as follow: treatment 1 (T1) was fed Pakchong-1 Napier grass fresh, treatment 2 (T2) was fed Pakchong-1 Napier grass silage, and treatment 3 (T3) was also fed corn silage. All animals were kept to 2 kg of 16 % crude protein concentrate supplements. The experimental period of 90 days from 6 March 2017 to 4 June 2017. The results showed that T3 had the highest milk yields of 7.31 kg/d followed by T1 of 4.73 kg/d and T2 of 4.33 kg/d (P<0.01). T2 had a higher % milk fat as well as % protein, % solid not fat and % total solid of milk compositions than the other treatments (P<0.01), but % Lactose and somatic cell count of among groups were not significantly different. In the term of increased weight in this experimental period found that T3 had the highest (78.33kg, 870.37 g/d) followed by T1 (24.00 kg, 266.67 g/d) and (18.33 kg, 203.70 g/d) (P<0.01), respectively. The total feed intake costs which were paid specially to cash found that T3 had the highest (109.06 Baht/kg) followed by T2 of 82.05 Baht/kg and T1 of 73.59 Baht/kg (P<0.01), respectively. In the other hand, T2 had the highest production cost per milk production (19.08 Baht/kg) followed by T1 of 15.88 Baht/kg and T3 of 15.17 Baht/kg (P<0.05), respectively. The average income from selling raw milk yield, it was found that T3 had the highest cost of productions with 384.03 Baht/day followed by T1 of 248.21 Baht/day and T2 of 227.44 Baht/day (P<0.01). Furthermore, this study revealed that T3 was the highest net profit with the income of 274.96 Baht/day followed by T1 with 174.62 Baht/day and T2 with 145.39 Baht/day (P<0.01).


1/เลขทะเบียนวิชาการที่: 61(2)-0206-060

2/ ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

3/ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์