ชื่อบทความ(ภาษาไทย): การศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรตามแนวชายแดน
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)1/
ชื่อบทความ(ภาษาอังกฤษ): A Study on Beef Cattle Potential Productivity of Farmers in Borderland of Northeast Thailand for Coming to ASEAN Economic Community (AEC)1/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาไทย): สุวิช บุญโปร่ง2/ ฉลองชัย ชุ่มชื่น3/พิชิต ชุ่มเจริญ4/
ชื่อผู้เขียน(ภาษาอังกฤษ): Suvit Boonprong2/ Charlongchai Chumcheen3/Pichit Chumcharoen4/
Online: Online 1 September 2015
หน้าบทความ: 1-48
คำสำคัญ: โคเนื้อ,ศักยภาพการเลี้ยง,ชายแดน,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,beef cattle, potential productivity, borderland, northeast Thailand

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์การศึกษาครั้งนี้เพื่อหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรในจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในพื้นที่ติดชายแดนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี จากตัวอย่าง 400 ราย และ จังหวัดที่มีพรมแดนติดประเทศกัมพูชา ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในตัวอย่าง 400 ราย รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 800 ราย ระหว่าง เดือนตุลาคม 2556 – พฤษภาคม 2558 พบว่า ทั้งเกษตรกรในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาว และพื้นที่ติดชายแดนประเทศกัมพูชา รับรู้เกี่ยวกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คล้ายคลึงกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกษตรกรส่วนใหญ่ทราบแต่ไม่เข้าใจรายละเอียด (46.0% และ 53.0%) และไม่ทราบผลกระทบต่อการเลี้ยงโคเนื้อ (53.4% และ 48.0%) การปรับตัวในการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เกษตรกรให้ความคิดเห็นว่า ต้องมีการปรับตัว (57.9% และ 66.5%) ด้านการจัดการเลี้ยงดู (30.4% และ 26.0%) พันธุ์โคเนื้อ (24.5% และ 27.2%) การป้องกันโรคและดูแลสุขภาพโค (24.2% และ 25.4%) และ ด้านอาหารและการให้อาหาร (18.4% และ 19.6%) เกษตรกรส่วนใหญ่ (95.5% และ 97.5%) ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือการเลี้ยงโคเนื้อ และต้องการให้สนับสนุนด้านต่างๆ ได้แก่ การประกันราคา (16.7% และ 18.0%) การจัดตั้งกลุ่ม/สหกรณ์/วิสาหกิจชุมชน (14.0% และ 12.3%) การป้องกันกำจัดโรคปากและเท้าเปื่อย (12.4% และ 8.0%) การจัดตั้งเครือข่าย/ผู้ประกอบการ (11.0% และ 9.3%) และการผลิตและจำหน่ายโคเนื้อพันธุ์ดี (10.2% และ 11.5%)
การวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พบว่า จุดแข็ง คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้แรงงานในครัวเรือน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ ระบบการเลี้ยงสอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกรเพื่อผลิตเนื้อโคตรงตามความต้องการของตลาด มีความหลากหลายด้านสายพันธุ์โคเนื้อพันธุ์ดี และมีความสามารถในการปรับปรุงพันธุ์สูง มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐด้านส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนจุดอ่อน คือ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย อายุมาก การศึกษาน้อย การยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเป็นไปได้ช้า ขาดการรวมกลุ่ม ทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพและปริมาณการผลิต ขาดการเชื่อมโยงระหว่างการผลิตและการตลาด ขาดแคลนพื้นที่มีระบบชลประทาน ทำให้มีพืชอาหารสัตว์ไม่เพียงพอ ขาดแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การซื้อขายโคและเนื้อโคยังไม่มีมาตรฐานทั้งในด้านคุณภาพและราคา อย่างไรก็ตามโอกาสในการแข่งขันของไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียน คือ ประเทศไทยมีระบบการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูงเทียบเท่ากับเนื้อโคจากต่างประเทศ นอกจากนี้การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ทำให้ไทยมีโอกาสส่งโคเนื้อไปจำหน่ายต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
เกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาวและกัมพูชา มีการรับรู้เกี่ยวกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ความต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือการเลี้ยงโคเนื้อ และต้องการให้สนับสนุนด้านต่างๆ คล้ายคลึงกันและใกล้เคียงกันในทุกค่าสังเกต ดังกล่าวข้างต้น ดังนั้นแนวทางการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรในทั้งสองพื้นที่ดังกล่าว จากการศึกษาครั้งนี้ คือ 1.) เพิ่มการประชาสัมพันธ์การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เกษตรกรเข้าใจรายละเอียดให้มากขึ้น 2.) เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องแนะนำให้เกษตรกรปรับระบบการผลิตโคเนื้อ ได้แก่ สนับสนุนการเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตในพื้นที่ที่เกษตรกรมีอยู่อย่างจำกัด แนะนำเกษตรกรจัดสรรพื้นที่บางส่วนเพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์และจัดหาพันธุ์หญ้าที่ให้ผลผลิตสูงเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และสามารถใช้เลี้ยงโคได้ตลอดปี วิธีเก็บสำรองพืชอาหารสัตว์ สนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคโดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อย การกำจัดพยาธิภายในและภายนอกและดูแลสุขภาพโค การใช้วัตถุดิบจากการเกษตรในท้องถิ่นนำมาเลี้ยงโค เพิ่มการผลิตโคเนื้อพันธุ์ดีในหน่วยงานของรัฐเพื่อสนับสนุนสู่ฟาร์มเครือข่ายและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อรายย่อยเพื่อผลิตโคเนื้อให้มากขึ้น ติดต่อประสานงานกับแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อใช้ลงทุน 3.) รัฐควรมีการประกันราคาโคเนื้อเพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรจัดตั้งกลุ่ม/สหกรณ์/วิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่ การจัดตั้งเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตและแปรรูป 4.) การปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ ในพื้นที่จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาวและกัมพูชานั้น การเลี้ยงโคแม่พื้นฐานส่วนใหญ่เป็นโคพื้นเมืองและลูกผสมบราห์มัน-พื้นเมือง ดังนั้นเกษตรกรรายย่อยควรใช้วิธีการผสมเทียม ส่วนรายใหญ่ควรใช้พ่อพันธุ์ดีคุมฝูงร่วมกับวิธีผสมเทียมกับโคสายพันธุ์ยุโรปหรือโคพันธุ์ที่สร้างขึ้นใหม่ภายในประเทศ และ 5.) ตลาดจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ของพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาวสู่ต่างประเทศนั้น ได้แก่ ประเทศลาว เวียดนาม และจีน ในพื้นที่ติดชายแดนประเทศกัมพูชา ตลาดจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์สู่ต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา เวียดนาม มาเลเซียและบรูไน

Abstract

The objectives of this study were to examine beef cattle potential productivity improvement of farmers in borderland of northeast Thailand for coming to ASEAN economic community (AEC). The amount of 400 farmer samples in the frontier country with the Laos People’s Democratic Republic (Laos) were from Loei, Nong Khai, Nakhon Phanom, Mukdahan, Amnat Charoen and Ubon Ratchathani Provinces. Likewise, 400 samples in the borderland with the Kingdom of Cambodia (Cambodia) were from Buriram, Surin, Sisaket and Ubon Ratchathani. The total samples were 800 heads who were interviewed from October 2013 to May 2015. The results showed that both locations similarly recognized AEC but most of them (border Laos and border Cambodia) did not know in detail AEC (46.0% and 53.0%), did not affect raising beef cattle (53.4% and 48.0%). Adaptation on keeping beef cattle for coming to AEC, the farmers opinion that they need to adaptation (57.9% and 66.5%): in rearing cattle (30.4% and 26.0%), in breeding (24.5% and 27.2%) in disease control and providing for animal health care and prevention (24.2% and 25.4%), and in feed and feeding (18.4% and 19.6%). Most farmers (95.5% and 97.5%) would like to have support from the government for raising cattle such as: animal price guarantee (16.7% and 18.0%), grouping farmers/cooperative society/small and medium enterprise (SME) (14.0% and 12.3%), foot and mouth disease control (12.4% and 8.0%), network establishment / entrepreneur (11.0% and 9.3%), and beef cattle production and selling (10.2% and 11.5%).
Analysis within guideline on the beef cattle potential productivity improvement of farmers showed that their strength points were that they used family labor, therefore, production costs were low. The husbandry system harmonized with potential of farmer in order to the needs of consumers. There were various breeds which were good beef cattle, and they had a high capability in cattle breeding improvement. The government officers in extension disseminated all over the country. However, their week points were being smallholders, elderly and less education. Adoption of new technology was slow. They lack of integration to produce. Thus, it affected to control the quality and quantity of products. Moreover, the produces and marketing link were missing. Agricultural areas were lacked of the good irrigation system. Those related to insufficiency roughages. They lacked of low interest loans. Trading were not standardized both of quality and price of cattle and meat. However, Thailand has a high beef production system which is equal to imported meat. Furthermore, the ASEAN Free Trade Area (AFTA) is an agreement by the members of ASEAN. This would make Thailand to have an opportunity to move upwards with exported meat products.
Both farmer samples living near the borders with Laos and Cambodia similarly recognized AEC, in need of assistance and support from the government for raising cattle with all observations abovementioned. Thus, approaches for beef cattle potential productivity improvement of farmers in this study were: firstly, the public relations with detail AEC must be added for farmers to understand about AEC. Secondly, the government needs to recommend beef cattle production improvement with high quality productivity such as: intensive raising cattle in their limited areas, allocation of some agricultural areas for forage production, supporting on forage varieties with high quality production and suitability in each area, and they could keep the beef cattle in the year, reserved forage recommendation, vaccinated against, specially, foot and mouth disease, endo-parasites and ecto-parasites control, and providing for animal health care and prevention, guideline on using agricultural products and by-products in the locality for raising cattle, Increasing beef cattle production in the government station for support to livestock network farming and small holders with cattle acceleration, connecting with the source of investment funds with low interest loans for the farmers. Thirdly, the government should have animal price guarantee for raising cattle stability, supporting on grouping farmers/cooperative society/small and medium enterprise (SME) in each location, network establishment and entrepreneur. Fourthly, in the terms of beef cattle breeding improvement, both of them (border with Laos and Cambodia) had a lot of indigenous and Brahman – indigenous crossbred cattle which were used for beef cattle crossbred production. Thus, small holders should breed by artificial insemination (AI), and large scale farmers should breed both by sires (with high performance productivity) and by AI. Moreover, sires or AI should be European breeds or established breeds in Thailand, and finally, exported livestock and products marketing of border Laos should emphasize to Laos, the Socialist Republic of Vietnam (Vietnam) and the People’s Republic of China. Likewise, exported livestock of those in Cambodian border should emphasize to Cambodia, Vietnam, the Republic of Malaysia and the Negara Brunei Darussalam.


1/ เลขทะเบียนวิชาการ: 58(2)-0206-068
2/ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
3/ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000
4/ สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ 31220